Sunday, September 05, 2010
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ภูมิแพ้ / ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

There are no translations available.

 

                โรคภูมิแพ้หรือโรคแพ้คือ โรคที่เกิดจากการที่ร่างกายของผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อสิ่งตามธรรมชาติ ไวผิด ปกติ ทั้งที่คนโดยทั่วไปไม่ได้มีอาการผิดปกติเมื่อสัมผัสสารต่างๆเหล่านั้น สารก่อภูมิแพ้ที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ อาทิ ไรฝุ่น เชื้อรา เกสรดอกหญ้าและต้นไม้ แมลงสาบ สัตว์เลี้ยง เนื้อกุ้ง เนื้อปู เป็นต้น โรคภูมิแพ้ต่างจากโรคหวัด โดยโรคหวัดมีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ ส่วนมากมักหายภายใน 7 วัน ส่วนโรคภูมิแพ้เป็นโรคไม่ติดต่อและเป็นเรื้อรังนานนับเดือน     

 

 

              สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายได้หลายทางทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ซึ่งมีอาการแตกต่างกันดังนี้
  • สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายโดยทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูก คอ หลอดลมลงไปถึงปอด ทำให้เกิดอาการเป็นหวัด
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เรียกว่าโรคแพ้อากาศ ผู้ป่วยจะมีอาการคันคอ เจ็บคอ ไอมาก หากมีอาการหลอดลม
  • ตีบตัน หายใจลำบากเรียกว่าโรคหอบหืด
  • สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายโดยทางผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคันอักเสบ เป็นลมพิษ หรือน้ำเหลืองไหล เป็นตุ่มพุพอง
  • ที่ผิวหนัง เรียกว่าโรคผื่นแพ้
  • สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายโดยทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการคันปาก คันคอ มีผื่นคันที่ผิวหนัง เป็นลมพิษ
  • ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ อาเจียน มีแผลร้อนในในปาก เรียกว่า โรคแพ้อาหาร
  • สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายโดยทางตา ทำให้คันตา แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล ตาสู้แสงไม่ได้ เยื่อบูตาแดงบวม
  • และอักเสบ เรียก โรคภูมิแพ้ที่ตา
     
    

                

        ระบบภูมิต้านทานของร่างกายคนเราประกอบด้วยเซลล์หลายชนิด หนึ่งใน เซลล์เหล่านั้นคือเม็ดเลือดขาวที่ชื่อว่า ที เซลล์ ( T - Cells ) ซึ่งมี 2 ประเภท คือ
             1. Th 1 เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สร้างสารต่อต้านเชื้อโรค เช่น สารอินเตอเฟอรอน แกมม่า

          
           
               2. Th 2 เป็นเซลล์ที่สร้างสารเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ เช่น อินเตอร์ลิวคีน 5 ร่างกายของคนเราต้องใช้ เซลล์ทั้งสองชนิดอย่างสมดุลจึงจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง (Th 1/ Th2 paradigm)แต่สภาพการเลี้ยงดูบุตร หลานของคนสมัยใหม่ที่ไม่ค่อยอยู่ตามธรรมชาติ เช่น นอนแต่ในห้องแอร์ อาบแต่น้ำอุ่นทั้งที่เป็นหน้าร้อน ไม่เคย สัมผัสธรรมชาติที่เป็นของจริงเช่น ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ร่างกายเด็กจึงไม่มีโอกาสสัมผัส
     
               เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสตามธรรมชาติ พอเป็นไข้ก็รีบพาลูกไปหาหมอกินยา ปฏิชีวนะ ยาลดน้ำมูก ยาลดไข้ ไว้ตลอดโดยที่ภูมิต้านทานที่แท้จริงของตนเอง ไม่เคยได้ใช้งานต่อสู้เชื้อโรคเลย ทำให้ร่างกายขาดแคลนเซลล์ Th1 มีแต่เซลล์ Th2 ซึ่งเป็นตัวการคอยกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาวชื่อ อีโอซิโนฟิลล์ คอยสร้างสาร ไอจีอี (IgE) ที่เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้
            จากภายนอกร่างกายก็ทำให้เกิดการหลั่งสารฮีสตามีนซึ่งเป็นตัวการทำให้ อาการผิดปกติต่างๆ ตามมา
            การรักษาภูมิแพ้ที่ศูนย์การแพทย์บูรณาการรีจู แทนที่จะให้ผู้ป่วยกินยาแก้โรคภูมิแพ้ เช่น ยาแอคติเฟด ยาซีซาล ยาเทลฟาสท์ ยาซีร์เทค หรือยาอื่นๆ ซึ่งเป็นยาต้าน
 
  ฤทธิ์ของสารฮีสตามีนที่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ คอยระงับอาการผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นเท่านั้นโดยที่ไม่ได้จัดการแก้สาเหตุที่ต้นตอจริงๆ การรักษาโดยการกินยา แก้แพ้แบบนี้ รักษาโรคเป็นสิบปีก็ไม่หาย การรักษาที่จะทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคภูมิแพ้ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือ การขาดความสมดุลของเซลล์ภูมิต้านทาน Th1/Th2 ซึ่งจะทำได้ด้วยวิธีการปรับภูมิต้านทานผู้ป่วยเรียกว่าวิธี Autologous Serum Therapy โดยเจาะเลือดผู้ป่วยมาแยกเอาเฉพาะสารซีรั่มจากนั้นนำมาเทียบเคียงกับเซลล์ ชีวโมเลกุลที่จะใช้รักษาผู้ป่วยแล้วผ่านกรรมวิธีเจือจางเป็นลำดับขั้นจึงนำมาฉีดกระตุ้นให้ร่างกายผู้ป่วยสร้าง เซลล์ภูมิต้านทานที่สมดุล ผู้ป่วยจึงจะหายจากโรคภูมิแพ้ได้
           การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยวิธีนี้ให้ผลการรักษาได้ผลดีร้อยละ 60-80 โดยการรักษาด้วยวิธีนี้ไม่มีผล ข้างเคียงใดๆ เนื่องจากเป็นสารที่สกัดมาจากตัวของผู้ป่วยเอง จึงไม่มีทั้งอาการต้านยา แพ้ยา หรือมีสารตกค้าง ภายในร่างกาย

Site Login