Sunday, September 05, 2010
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ฝังเข็ม

There are no translations available.

        การฝังเข็ม ถือได้ว่าเป็นวิชาการแพทย์ทางเลือกแขนง หนึ่ง มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนและมีประวัติยาวนาน ไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี ซึ่งการฝังเข็มนี้ชาวจีนสมัยโบราณ ใช้เป็นระบบการแพทย์หลักของสังคม ใช้รักษาอาการ ผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย และในรอบศตวรรษหลัง วิชาฝังเข็มได้เผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ จนเป็นที่ ยอมรับขององค์การอนามัยโลก สำหรับประเทศไทย ก็มีผลงานด้านการบำบัดรักษาด้วยเวชกรรมฝังเข็ม มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว     
       ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก การรักษาโรคของวิชานี้มีคำอธิบายตั้งอยู่บนรากฐาน ของวิชาแพทยศาสตร์แผนโบราณของจีน ที่ว่าด้วย องค์ประกอบของร่างกาย 2 ส่วน คือ  หยิน  และ  หยาง  ความสัมพันธ์ทฤษฎีนี้อธิบายว่า การที่คนเราเจ็บป่วย นั้นเนื่องด้วยความไม่สมดุลในการทำงานของหยินและ หยางในร่างกาย ดังนั้นการรักษาจึงมีหลักการอยู่ที่ การปรับสมดุลของอวัยวะภายใน การกระตุ้นจุดบน ผิวกายภายนอกผ่านเส้นเมริเดียน (เส้นที่ข้อมือขวา ซึ่งเป็นสื่อถึงจุดของเส้นประสาทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องใน ร่างกาย ) ตามทฤษฎีการแพทย์จีนนั้น เชื่อว่า  
         
     ตามทฤษฎีการแพทย์จีนนั้น เชื่อว่า     
  .....ภายในร่างกายของคนเราจะมีเลือดและลมปราณซึ่งได้รับมาจากพ่อแม่โดยกำเนิด ไหลหมุนเวียน ไปตามเส้นลมปราณต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งร่างกาย เป็นพลังงานผลักดันให้อวัยวะต่างๆ สามารถ เคลื่อนไหวทำงานได้ และมีการทำงานที่ประสานสอดคล้องกันเป็นอย่างดี ร่างกายจึงสามารถปรับ ตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ เมื่อมีเหตุ ใดเหตุหนึ่งทำให้การไหลเวียนของเลือดลมปราณติดขัด อวัยวะต่างๆ ก็จะทำงานผิดปกติไป หาก ความผิดปกตินั้นไม่สามารถปรับแก้ไขกลับคืนมาได้ ร่างกายก็จะเกิดการเสียสมดุลกับธรรมชาติ แล้วมีอาการของโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น ......."  

 

     ตามแนวคิดของการแพทย์แผนโบราณจีนนั้น การฝังเข็มมีฤทธิ์ในการรักษาโรค 3 ประการ คือ
     1. แก้ไขการไหลเวียนของเลือดลมปราณที่ติดขัด
     2. ปรับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายให้อยู่ในสมดุล
     3. กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อกำจัดเหตุปัจจัยที่เป็นอันตรายออกไปจากร่างกาย

อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมานี้ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ความก้าวหน้าในทางวิทยาศาสตร์ระบบประสาท (Neuroscience) และการค้นคว้าเกี่ยวกับการ ฝังเข็มในเชิงวิทยาศาสตร์ก็ได้ค่อยๆ พิจสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แนวคิดที่ชาวจีนได้เสนอเอาไว้ตั้งแต่โบราณนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องโดยพื้นฐาน

จากการศึกษาพบว่า เมื่อปักเข็มลงบนร่างกาย มันสามารถกระตุ้นทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นขยายตัว ทำให้ การไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้สะดวกขึ้น ภาวะเลือดคั่งของบริเวณนั้นลดลง ช่วยทำให้มีสารอาหารและออก ซิเจนไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้สารของเสียที่คั่งค้างบริเวณนั้นลดน้อยลง ทำให้ เนื้อเยื่อบริเวณที่มีการบาดเจ็บ ได้รับการซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้
    
     
      การฝังเข็ม สามารถรักษาโรคได้จริงหรือ??
เข็มที่นำมาใช้ในการักษาในปัจจุบันมีการพัฒนาเข็มเงิน เข็มทอง และเข็มทองแดง ซึ่งเข็มทั้งหมดที่นำมาใช้จะ เป็นเข็มที่ปลอดเชื้อทั้งสิ้น มีความปลอดภัยสูง เข็มเหล่า นี้เมื่อปักไปตามตำแหน่งสำคัญของร่างกายแล้วจะเป็น การกระตุ้น การทำงานของระบบประสาท ระบบฮอร์โมน เพื่อให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ตามสมดุลเป็นปกติ โดย ทั่วไปแล้วจะกระตุ้นนานประมาณ 20-30 นาที จากนั้น จึงถอนเข็มออก โดยที่ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย เท่านั้น และไม่มีเข็มฝังค้างอยู่ใน
          
  ร่างกายแต่อย่างไร ซึ่งการฝังเข็มนั้นเป็นการทำให้ปลายเส้นประสาทตื่นตัว เพื่อกระตุ้นให้พลังงานในร่างกายปรับเปลี่ยนสู่สภาพสมดุล  
     จากข้อบ่งชี้ที่บันทึกในผลงานวิจัยบางส่วนของประเทศจีน วิธีการฝังเข็มสามารถรักษาโรคดังต่อไปนี้     
 
  • โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • โรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและสมอง
  • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
  • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
  • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ
  • โรคเกี่ยวกับระบบประสาท
  • โรคทางจิตเวช
  • โรคเกี่ยวกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
  • โรคเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม์
  • โรคทางสูตินารีเวช
 
  • โรคเกี่ยวกับบุรุษเพศ
  • โรคทางกุมารเวช
  • โรคทางศัลยกรรม
  • โรคเกี่ยวกับระบบผิวหนัง
  • โรคทางตา
  • โรคทางหูคอจมูก
  • โรคทางช่องปาก
  • โรคติดต่อ
  • ฯลฯ
 
     ปัจจุบันวิธีการฝังเข็มรักษาโรคนี้เป็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศอีก หลายประเทศในแถบยุโรป ไม่เว้นแม้แต่ในทวีปเอเชียเอง และยังได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก  (WHO) ถึงข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคกว่า  64 ประเภท  

 

 

Site Login