Sunday, September 05, 2010
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

สารชีวภาพต่อต้านมะเร็ง

There are no translations available.

   

     สารสกัดชีวภาพเป็นสารธรรมชาติที่กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ผนังเซลล์ของจุลินทรีย์บางชนิดมี ส่วนประกอบของสารในกลุ่ม Polysaccharides (เช่น Oligosaccharides และ Peptidoglycan เป็นต้น) สารพวกนี้มีคุณสมบัติในการเกาะจับจุลินทรีย์ตัวก่อโรค และสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค ได้ดีขึ้น
      สารสกัดชีวภาพจะทำหน้าที่ต่อสู้กับเนื้อร้าย โดยจะสร้างสาร Interferonogene เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง, ทำลายเนื้อเยื่อของก้อนเนื้อร้าย, กำจัดสารอนุมูลอิสสระ และยังป้องกันการแพร่กระจายของเนื้อร้าย และ การกลับมาของโรคมะเร็งอีก
คุณสมบัติพิเศษของสารสกัดชีวภาพชนิดที่ใช้ในการกำจัดเนื้อร้าย

  1. ไม่มีผลข้างเคียงในขณะที่กำลังทำปฏิกิริยาต่อสู้กับเนื้อร้ายอยู่
  2. มีประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในการกำจัดเนื้องอกให้หมดไป
  3. ป้องกันการกลับมาของโรค และการแพร่กระจายของเนื้อร้าย

    นอกจากนี้ สารสกัดชีวภาพยังสามารถใช้กับผู้ป่วยที่กำลังรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการให้คีโม หรือ ผู้ที่ได้รับการรักษาแบบรังสีบำบัด
   การใช้สารสกัดชีวภาพร่วมกับการรักษาด้วยคีโมบำบัด หรือรังสีบำบัดจะให้ผลดีกับผู้ป่วย เนื่อง จากสารสกัดชีวภาพจะไปกระตุ้น และเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง สามารถลดผลข้างเคียง ที่ได้รับจากการให้คีโมและรังสีบำบัดได้เป็นอย่างดี
    นอกจากนี้สารสกัดชีวภาพยังเข้าไปกระตุ้น ให้ร่างกายสร้างเซลล์เพชฌฆาต (NK-Cells) เพิ่มขึ้น อีกด้วย

   
    สารสกัดชีวภาพใช้ได้ดีกับโรคมะเร็งดังต่อไปนี้
    1. มะเร็งในสมอง
    2. มะเร็งผิวหนัง
    3. มะเร็งปอด
    4. มะเร็งเต้านม
    5. มะเร็งในสตรี (มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งรังไข่, มะเร็งมดลูก)
    6. มะเร็งต่อมลูกหมาก
    7. มะเร็งลำไส้
    8. เนื้องอกในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
 

 

         เป็นที่ทราบกันดีว่า การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ในปัจจุบัน แพทย์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการรักษาโดย คีโมบำบัด, การฉายรังสี และการผ่าตัด โดยที่การ รักษาเหล่านี้มาพร้อมๆ กับการทำลายภูมิคุ้มกัน ของผู้ป่วย ซึ่งนับว่ามีผลต่อการทำงานของระบบ ภูมิคุ้มกันอย่างมาก ซึ่งเป็นข้อบกพร่องในกระบวน การรักษาเนื้อร้าย การใช้เคมีบำบัดนั้น ผู้ป่วยต้อง เผชิญกับผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น ทำให้ โปรตีนตามธรรมชาติลดลง ไม่เพียงแต่จะจัดการ กับเนื้อร้ายเท่านั้น แต่ยังทำร้ายเซลล์ปกติด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดพิษต่ออวัยวะในร่างกาย อย่างสูงเกินกว่าจะอธิบายได้ ในขณะที่สารสกัด ชีวภาพจะปฏิบัติการโดยไม่ทำลายเซลล์อื่น แต่ จะทำลายเซลล์เนื้อร้ายเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีผลต่อ Hematogenesis ระบบอวัยวะของการหายใจ, ระบบขับถ่ายและย่อยอาหาร, CNS, ผิวหนัง ฯลฯ และกลับยังเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพด้วย
        การใช้สารสกัดชีวภาพก่อนได้รับเคมีบำบัดนั้น จะทำให้เซลล์เนื้อร้ายอ่อนแรง ทำให้การรักษามี ประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้สาร สกัดชีวภาพตั้งแต่ในขั้นเริ่มต้นของการเตรียมการ ก่อนการบำบัดด้วยเคมี
    อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการ รักษาแบบคีโมบำบัดไปแล้ว ควรจะให้สารสกัด ชีวภาพควบคู่กันไปด้วย ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ระหว่าง Course การบำบัดด้วยคีโมร่างกาย
   จะอ่อนแอ, อ่อนเพลีย, ผมร่วง, อาเจียน, ท้อง ร่วง, ภูมิต้านทานต่ำ ผู้ป่วยจะทรมาน สารสกัด ชีวภาพนี้ สามารถช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และผลข้างเคียงของการให้คีโมบำบัด และยัง สามารถเพิ่มภูมิต้านทานที่ลดต่ำลงอย่างมาก ระหว่างการรักษาด้วยวิธีคีโมบำบัด สารสกัด ชีวภาพสามารถทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน ได้เพิ่มขึ้น ลดสภาวะเสี่ยงต่ออัตราการเสียชีวิต เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย, ภูมิต้านทานตกต่ำ และสดสภาวะแทรกซ้อนจากการให้คีโมบำบัด ได้
     ระหว่าง Course คีโมบำบัด ควรให้สารสกัด ชีวภาพ 3-4 Courses และเมื่อจบการรักษาด้วย คีโมบำบัดแล้ว ในปีถัดไปควรให้สารสกัดชีวภาพ ต่อไปอีก 1-2 Courses
     สำหรับผู้ที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อ ร้ายออก ควรให้สารสกัดชีวภาพก่อนได้รับการ ผ่าตัด ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากทางการแพทย์แล้ว ว่ามีประสิทธิผล สารสกัดชีวภาพจะทำให้เนื้อร้าย เล็กลง ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสารสกัดชีวภาพนี้ที่ สามารถโจมตี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และแทรก แซงการกระจายตัวของเนื้อร้าย และผู้ป่วยควรได้ รับสารสกัดชีวภาพหลังการผ่าตัดต่อเนื่องไปอีก 1-2 Courses รวมถึงการได้รับสารสกัดชีวภาพ ก่อนการผ่าตัดด้วย ผู้ป่วยจะมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น และสามารถทำกิจกรรมและมีการเคลื่อนไหวได้ ดีขึ้น
    

 

 

Site Login